คอนเสิร์ตการกุศล The Color of One

คืนวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมานี้ สถานทูตสหรัฐฯ และกลุ่ม Friends of Vivaldi PR & EXM จัดคอนเสิร์ตการกุศล The Color of One เพื่อหารายได้ให้กับสถานสงเคราะห์บ้านธารน้ำใจ ที่โรงละครอักษรา โดยในงานนี้ท่านทูต คริสตี้ เคนนี่ย์ ได้ร่วมร้องเพลงแรกกับคณะนักร้องด้วย ที่โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ ถนนรางน้ำ

ออกร้านการกุศล

… สถานสงเคราะห์บ้านธารน้ำใจ และสโมสรโรตารี่ตะกั่วป่า องค์กรพันธมิตรในงานด้านสังคมสงเคราะห์ ที่มีพันธกิจไม่ต่างกัน ได้ร่วมกันออกร้านการกุศล “Lucky Star” สอยดาวพาโชค โดยรายได้ทั้งหมด จะมอบให้กับวัดเพื่อใช้ในกิจการทางพุทธศาสนาต่อไป
…. ขับรถพาครูเอ๋ Rotjana Phraesrithong ,ครูน้อง Niwan Jantawong , พี่กวาง Surussawadee Suwannaprom, และเด็กบางส่วนออกมาเตรียมตั้งร้านกันตั้งแต่ช่วงบ่าย เพิ่งจัดร้านเสร็จไม่ทันไร ตะวันบอกเวลาว่ายังไม่ทันจะพ้นบ่าย 4 มีเด็กน้อยผ่านมา ซื้อฉลากสอยดาวใบเดียว 10 บาท วาสนาของเจ้าตัวน้อยคงจะดีมาก สอยได้เลขรางวัลที่ 1 ดีใจหอบพัดลมตัวใหญ่ สับขาวิ่งชนิดที่ว่า ตะโกนเรียกขอให้กลับมาถ่ายรูปรับมอบรางวัล เสียงไปไม่ทันฝุ่นกันเลยทีเดียว

…. “บ้าน วัด โรงเรียน” ที่ผมเห็น ยังคงเป็นเบ้าหลอมสำคัญในการสร้างสังคม โดยเฉพาะความเกี่ยวเนื่องถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของคนใน “ครอบครัว” ความสุขอันเกิดจาก “การให้” ในรูปแบบที่ต่างไป …. “สอยดาว สอยโชค สอยบุญ” …. สอยกันชนิดที่ว่า สอยไม่ทัน ขอฉันปีนขึ้นโต๊ะ เอื้อมมือไป “เก็บดาวมาให้เธอ” หวานกันจัง แถมได้บุญจริง ๆ นะคับ ^o^

— at วัดบางวัน

มูลนิธิบ้านธารน้ำใจ

มูลนิธิบ้านธารน้ำใจ

โครงการฟื้นฟูพื้นที่ธรณีพิบัติ หรือ บ้านธารน้ำใจ ”   ได้ถือกำเนิดขึ้นหลังจากภัยธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ทุกคนคงจะจำวันที่สูญเสียครั้งร้ายแรงทางภาคใต้ประเทศไทยรวม 6 จังหวัด มี กระบี่,พังงา,ภูเก็ต,ระนอง,ตรังและสตูล ความสูญเสียในครั้งนี้ไม่สามารถคิดเป็นมูลค่าได้ เพราะสิ่งที่สูญเสียคือชีวิต ชีวิตที่จากไปเราไม่ถามว่าไปไหน เพราะเรายังไม่มีคำตอบว่าตายแล้วไปไหนแต่ชีวิตที่ยังอยู่โดยเฉพาะเด็กที่ต้องแปลสถานะเป็นเด็กกำพร้าในเวลาไม่กี่นาทีหลังคลื่นยักษ์ถาถมชายฝั่งทะเลอันดามัน  วันที่ 27 ธันวาคม 2547 หลังจากเกิดคลื่นสึนามิเกิดเพียงวันเดียว มูลนิธิดวงประทีป โดยคุณครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ เลขาธิการ ได้ส่งอาสาสมัครจากโครงการนิวัตน์สู่ชีวิตใหม่ ศูนย์ชุมพรลงมาช่วยขนศพ และลำเอียงศพผู้เสียชีวิต  และดิฉันนางสาวรจนา แพรศรีทอง ได้อาสาครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ มาจัดกิจกรรมและดูแลเด็กกำพร้าเบื้องต้น คุณครูประทีป ได้บริหารจัดการได้รวดเร็วมากในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ โดยแบ่งงานเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ

1. งานฟื้นฟูและพัฒนาจิตใจโดยใช้นิทานและละครหุ่นเป็นสื่อ

2. งานสงเคราะห์ผู้เสียชีวิตและครอบครัว

3. ส่งเสริมอาชีพระยะยาวเพื่อชุมชน

 

ดิฉันมีหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและมีเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิดวงประทีปผลัดเปลี่ยนกันมาจัดกิจกรรม แก่เด็กๆ ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญทางด้านการจัดกิจกรรมเด็กจึงทำให้เต็นท์ของเรามีเด็กและชาวบ้านหมุนเวียนมานั่งพูดคุยเพื่อผ่อนคลายและพาลูกหลานมาเล่นจำนวนมาก ต่อมาก็พัฒนาเป็นกลุ่มแม่บ้าน ทำอาชีพตัดเย็บและทำผ้าบาติกเพื่อหารายได้ระหว่างที่เราอยู่เต็นท์ด้วยความลำบากจากลม, ฝนฟ้าและสัตว์เลื้อยคลานมากมาย

โบราณว่า “ฟ้าหลังฝน” มักจะมีสิ่งดีเกิดขึ้นเสมอและเราได้มีสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีที่งดงามด้วยเมตตา คือ Mr. Peter Baines และ Ms. Gill Willie ทั้ง 2 ท่านเป็นชาวออสเตรเลียได้มาช่วยดิฉันหลายครั้งนานถึง 2 ปี พวกเราก็ยังคงอยู่ที่เต็นท์และเด็กก็ยังไม่ลดลง นอกจากจะไม่ลดลงแล้วยังเพิ่มจำนวนมากขึ้น ทั้ง 2 ท่านจึงได้ร่วมสภาธุรกิจตลาดทุนไทยสร้างบ้านหลังแรกให้  นับต่อจากนั้นเป็นต้นมางานของโครงการฯก็เพิ่มและขยายขึ้นอย่างรวดเร็วจนคุณครูประทีป ท่านเห็นว่าเราควรจะแยกออกมาเป็นมูลนิธิ จึงได้ทำการยื่นขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียนมูลนิธิจังหวัดพังงา โดยตั้งชื่อมูลนิธิว่า “มูลนิธิบ้านธารน้ำใจ”  และได้รับการรับรองการจดทะเบียนลงวันที่ 8 เมษายน 2554 โดยมีวัตถุประสงค์หลักก็คือดูแลเด็กกำพร้าและแบ่งเบารับภาระชาวชุมชนในการให้การศึกษาและพัฒนาเด็กให้มีชีวิตแบบยั้งยืน

 

งานและกิจกรรมของมูลนิธิบ้านธารน้ำใจได้แยกออกเป็น 5 ส่วน

1.งานสถานศึกษา

โรงเรียนอนุบาลบ้านธารน้ำใจที่เปิดก็เพื่อแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองที่ต้องออกไปทำงานและไม่มีเวลาเลี้ยงดูบุตรหลานด้วยตนเองจึงนำเด็กมาฝากให้กับโรงเรียนของเรา ปัจจุบันมีเด็กอายุระหว่าง  1 ปีครึ่ง ถึง 4 ปี จำนวน 30 คน หลักสูตรการเรียนการสอนทางโรงเรียนใช้ระบบ มอนเทสซอริ (Montessori System) โดยมีอาจารย์ศศินันท์ นิลจันทร์ศิริ ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กปฐมวัยจากโรงเรียนอนุบาลดวงประทีป กรุงเทพมหานคร มาเป็นที่ปรึกษาและจัดอบรมระบบการเรียนการสอนให้แก่ครูผู้สอนให้มีคุณภาพ

 

2. งานด้านบ้านพักเด็ก

บ้านพักเด็กเป็นบ้านที่ดูแลเด็กกำพร้าที่ถูกทอดทิ้ง ถึงแม้เด็กบางคนยังมีแม่หรือพ่ออยู่ แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่จำเป็นต้องทอดทิ้งลูกให้อยู่ในความดูแลของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าบ้านธารน้ำใจ  ในบ้านหลังนี้ทุกคนต้องอยู่ร่วมกันตามกฎระเบียบที่เด็กๆ ช่วยกันตั้งขึ้นและต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อเด็กจะต้องได้รับการพัฒนาและเติบโตอย่างสมวัย เมื่อจบไปเด็กก็จะได้เป็นพลเมืองดีของสังคม ปัจจุบันมีเด็กอาศัยอยู่ 74 คน เพศชาย 29 คน และเพศหญิง 45 คน

 

3. พัฒนาอาชีพ

หลังจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์ผ่านไปแต่ผู้คนยังต้องดำเนินชีวิตต่อไป สิ่งที่หลายคนคิดก็คือเปลี่ยนอาชีพจากการทำประมงมาทำอย่างอื่นเหตุเพราะกลัวทะเล ทางมูลนิธิบ้านธารน้ำใจได้เริ่มกิจกรรมสอนเด็กและชาวบ้านทำผ้าบาติก ผลงานที่ออกมาเป็นที่ยอมรับของผู้คนที่พบเห็นมาก แต่งานศิลปะนั้นหากไม่มีประสบการณ์ในการผลิตต้องใช้เวลา ในระยะเริ่มแรกผลิตผ้าออกมาอย่างไรก็ขายได้ เนื่องผู้ซื้อต้องการช่วยเด็กๆ และผู้ประสบภัย แต่ต่อมาการจำหน่ายมียอดขายเริ่มลดลง ผลผลิตที่ออกมาไม่สวยก็ไม่มีใครซื้อ จึงนำผ้ามาแปรรูปเป็นกระเป๋า ตัดเสื้อสำเร็จรูปมาออกจำหน่าย

ปัจจุบันได้ขยายออกเป็นระดับอาชีพผลิตภัณฑ์ของเรา มีทั้งฝีมือเด็ก และชาวบ้านที่ได้รับการอบรม

มาอย่างดีส่งไปจำหน่ายทั่วไป และมีผู้สนนำไปขายที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เด็กๆ ได้ออกแบบผลิตการ์ดรูปแบบในฤดูกาลต่างๆ  กลุ่มแม่บ้านผลิตกระเป๋า, เสื้อ ,ผ้ารองจาน, ตุ๊กตา และอื่นๆอีกหลายอย่าง ทั้งนี้เพื่อเป็นอาชีพที่ยั่งยืนให้แก่เด็กๆ ที่อาศัยอยู่กับมูลนิธิบ้านธารน้ำใจและชาวชุมชนใกล้เคียง

 

4.โครงการนิทานคาราวาน

เริ่มจากการจัดกิจกรรมฟื้นฟูจิตใจเด็กที่ได้รับผลกระทบจากภัยสึนามิ กลุ่มของนิทานคาราวาน

ได้ตระเวนแสดงละครหุ่นและเล่านิทานให้เด็กได้ชมใน 6 จังหวัด แต่ละจังหวัดมีโรงเรียนเข้า

ร่วมกิจกรรม 30 โรงเรียน แต่ละโรงเรียนจะมีเด็กประมาณ 100-200 คนให้ความสนใจรับชมและ

ร่วมกิจกรรม  ที่ผ่านมามีเด็กที่เข้าชมการแสดงและร่วมกิจกรรมประมาณ เกือบ 20,000 คน

กิจกรรมนี้เป็นพื้นฐานของการปรับสภาพจิตใจของเด็ก ซึ่งผลที่ได้รับมีดังนี้

(1)             เด็กได้ผ่อนคลายความเครียด

(2)             เด็กได้มีจินตนาการที่กว้างไกลมากขึ้น

(3)             เด็กได้รับความรู้จากการชมละครหุ่น

(4)             เด็กกล้าคิดกล้าแสดงออกในทางที่ดี

ถึงแม้ไม่มีคลื่นยักษ์ในอนาคตอันใกล้นี้ แต่โครงการนิทานคาราวานยังคงอยู่เพื่อสร้างความสุขและส่งเสริมความรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนต่อไป หากท่านต้องการสนับสนุนกิจกรรมละครหุ่นท่านสามารถ บริจาคได้โดยทางคณะของเราจะเป็นสื่อกลางนำความสุขไปมอบให้แก่เด็กๆแทนท่านเอง

 

5.งานทุนการศึกษา

ทางมูลนิธิบ้านธารน้ำใจ ได้มอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กที่ต้องการเรียนต่อ ซึ่งทางครอบครัวไม่สามารถส่งได้ทางมูลนิธิฯต้องการแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง โดยให้การสนับสนุนเพื่อให้เด็กได้เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ภายใต้การดูแลของมูลนิธิฯ จะได้รับโอกาสทางการศึกษาจนสำเร็จระดับปริญญาตรีทุกคน ส่วนเด็กที่อาศัยอยู่ภายนอกที่ไม่มีโอกาส ทางมูลนิธิฯ ได้เปิดโอกาสให้เข้ารับทุนได้ ปัจจุบันมีเด็กที่ได้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิบ้านธารน้ำใจ จำนวน 60 ทุน โดยแบ่งเป็นระดับการศึกษาดังนี้

1.)             ระดับประถม                                500/เดือน                              30           ทุน

2.)             ระดับมัธยม                                  800/เดือน                              22           ทุน

3.)             ระดับอุดมศึกษา                          1,000/เดือน                             8           ทุน

 

 

นางสาวรจนา แพรศรีทอง

ประธานมูลนิธิบ้านธารน้ำใจ

 

 

 

ก.ย. 2, 2012
กิจกรรม    No Comments   Monchai

60 ปี คุณครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ

คุณรจนา แพรศรีทอง ประธานมูลนิธิบ้านธารน้ำใจ พูดคุยถึงคุณครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ในงานครบรอบ 60 ปี ชื่องาน จิบชา เล่าขาน ตำนานดวงดาว.

เรื่องราวของเด็กน้อยคนหนึ่งชื่อ “ต้นน้ำ”

เรื่องราวของเด็กน้อยคนหนึ่ง ที่อยู่ในระหว่างความเป็น ความตายเท่ากัน ในการตัดสินใจของแม่ที่คิดจะทำแท้งหรือจะเก็บเอาไว้ เพราะแฟนทิ้งกลับบ้านต่างจังหวัดแล้วไม่กลับมาอีกเลย อายุครรภ์ก็ได้3เดือนแล้วจึงตัดสินใจหาสถานสงเคราะห์หรือมูลนิธิที่รับเลี้ยงเด็ก ได้โทรหาเจ้าหน้าที่โครงการสู้ชีวิตใหม่ที่ชุมพร ได้ให้คำปรึกษาและแนะนำมาที่ บ้านธารน้ำใจ มารดาได้พูดคุยขอความช่วยเหลือ จาก ผอ. บ้านธารน้ำใจ
“ มูลนิธิจะรับไว้ไหมตอนนี้เด็กอยู่ในครรภ์อายุ 3 เดือนแล้วถ้าไม่รับจะทำแท้งออก “ เพราะคงไม่มีปัญญาเลี้ยง ซึ่งมันเป็นคำขอให้ช่วยอย่างเลี่ยงที่จะตอบว่าไม่รับก็ไม่ได้แล้ว ต่อมาเมื่อครบอายุ ครรภ์เด็กน้อยคนหนึ่งก็ได้ลืมตาออกมาดูโลกจริงๆ มีชีวิตอยู่ในอ้อมกอดแม่ได้เพียง 15 วัน เธอก็ได้นำเด็กนั้นมาอยู่ กับพี่ๆหลายคนที่ในสภาพไม่ต่างกับเขามาก แต่ต่างกับเด็กคนอื่นตรงที่เขาคนนี้จะมีชีวิตอยู่ได้ ขึ้นอยู่กับคำตอบ เดียวว่า ”รับหรือ ไม่รับ “ มันหมายถึงชีวิตเขาเลยทีเดียว แต่ในขณะเดียวกันนั้นเขาเป็นเด็กที่แข็งแรง ที่จะมีชีวิตอยู่รอดได้ แล้วเขาจะต้องพบเจออะไรอีกมากในชีวิต
ตอนนี้เขาอายุได้ 5ขวบ โดยไม่ต้องบรรยายเลยนะว่า สักวันหนึ่งเขาจะต้องถามว่าพ่อแม่หนูอยู่ไหน มันเป็นคำถามที่เจ็บปวด กับคนที่เลี้ยงเขา และกับตัวเขา เราคงเก็บความรู้สึกนั้นไว้และคงมีคำตอบที่ดีที่ให้กับเขาแน่นอน ฉันเชื่อฟ้าหลังฝนมันยอมจะมีสิ่งดีดีเสมอ
เพราะฉันก็เหมือนมีชีวิตใหม่หลังคลื่นยักษ์สึนามิ
ก.ค. 25, 2012
เด็กบ้านธารน้ำใจ    No Comments   Jeng Rocker

น้องต้นหอม

 

ปกติ ผมใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับเด็กผู้ชายและงานเกษตรซะมาก ไม่ค่อยมีเวลาได้ดูแลเจ้าเด็กน้อยตัวเล็ก ๆ เท่าที่ควร จะเป็นเจ้าหน้าที่ผู้หญิงซะมากกว่า ที่คลุกคลีอยู่กับเด็ก ๆ ดูแลทุก ๆ เรื่อง อาบน้ำอาบท่า ป้อนข้าวให้กับเด็กตัวน้อย ๆ

…..แต่วันนี้ ผมได้รับมอบหมาย ให้พา″น้องต้นหอม”ไปโรงพยาบาล เนื่องจากมีไข้สูง และเป็นแผลอักเสบที่เท้า ผมใช้เวลาอยู่กับต้นหอมที่โรงพยาบาลเกือบครึ่งวัน อาการโดยรวมไม่มีปัญหาอะไร เป็นไข้ที่เกิดจากการอักเสบของเท้า น้องต้นหอมพูดไม่เก่ง ไม่ค่อยร่าเริง แต่ก็ไม่งอแง ผมได้เห็นรอยยิ้ม และหน้าของน้องต้นหอมแบบชัดเจน ก็วันนี้เอง ทำให้ฉุกคิด อยากจะเขียนเรื่องราวของน้องเค้า แบ่งปัน เล่าสู่กันฟัง

…….ภาพที่เห็น คือ น้องต้นหอม ไม่ใช่เด็กอายุ 3 ขวบ แต่เป็นสาวน้อยวัย 7 ขวบ ที่มีน้ำหนักตัวเพียงแค่ 13 กิโล ความสูงก็อย่างที่เห็น การพัฒนาทางด้านร่างกายนั้น ต่ำกว่าเกณฑ์เป็นอย่างมาก สาเหตุก็คือ พ่อและแม่ของต้นหอม ติดเหล้าอย่างรุนแรง ทำให้ส่งผลต่อลูกในครรภ์อย่างเห็นได้ชัด ซ้ำร้าย พ่อกับแม่ยังได้แยกทางกัน ภาระจึงตกมาอยู่ที่พ่อของต้นหอม ที่ต้องดูแลลูกอีก 2 คน ต้นหอมเป็นพี่คนโต ทำให้ไม่สามารถรับผิดชอบดูแลลูกทั้ง 2 คนได้ จึงส่งตัวเข้ามาให้ทางมูลนิธิบ้านธารน้ำใจเป็นผู้ดูแล ซึ่งพ่อของต้นหอม ก็เป็นชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงกับมูลนิธิฯ ทำงานเป็นคนสวนในโรงแรมแถว ๆ เขาหลัก ก็แวะเวียนมาเยี่ยม มาดูน้องต้นหอมสม่ำเสมอ แต่มาทีไร ผมเห็นพ่อเค้าก็เมาเละมาทุกที แต่ดีตรงที่ว่า พ่อเค้าไม่ได้มาก่อความวุ่นวาย หรือเมาแร้วระราน อาละวาดแต่อย่างใด
…..ผมพยายามเข้าใจชีวิต ของคนที่หาเช้ากินค่ำ ดังเช่นชีวิตของพ่อต้นหอม ตกเย็นหลังจากเลิกงานมา “การร่ำสุรา” เปรียบเสมือนว่า เป็นความสุขเดียวในชีวิตที่เหลืออยู่ แต่ผมรู้สึก “เสียดาย” เม็ดเงินที่หมดไปกับค่าเหล้าในแต่ละวัน คิดเป็นตรรกะง่าย ๆ
1 เมาของรสสุรา เปรียบเสมือน ค่าขนมลูก 1 วัน
แร้วถ้าพ่อของต้นหอมเมาทุกวัน ทุกเดือน ทั้งปี เงินที่เสียไป ไม่เท่ากับความเสียใจ ที่ผมเห็นหัวใจของต้นหอมร้องไห้ น้ำตาไหล หมดไปทั้งปี

…..ผมพร่ำบอก พร่ำสอนกับเด็ก ๆ ทุกคนในบ้านธารน้ำใจ ย้ำคำพูดเดิม ๆ เสมอมา แม้ว่าชีวิตจริงของพวกเรา จะเป็นเด็กกำพร้า/เด็กด้อยโอกาส ก็ตามที แต่โอกาสใหม่ ที่มูลนิธิฯได้สร้างให้กับพวกเรา จะทำให้พวกหนู ๆ มีอนาคตที่ดีอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ การศึกษา

มิ.ย. 27, 2012
เด็กบ้านธารน้ำใจ    No Comments   Jeng Rocker

Tiger คือชื่อของเด็กน้อยวัย 6 ขวบ

Tiger คือชื่อของเด็กน้อยวัย 6 ขวบคนนี้ หากใครได้เห็นแววตา และรอยยิ้มที่เปื้อนบนหน้าของไทเกอร์ ผมเชื่อว่าคงจะรู้สึกไม่ต่างจากผม เมื่อได้เห็น ยิ่งได้สบตาเมื่อไหร่ หัวใจเหมือนจะเบิกบานเมื่อนั้น บวกกับอุปนิสัยส่วนตัวที่ไม่งอแง ยิ้มเก่งอยู่แร้ว ยิ่งทำให้รู้สึกสดใสเข้าไปอีก แต่ก่อนที่จะได้เห็นรอยยิ้มไร้เดียงสาดังเช่นทุกวันนี้ ไทเกอร์ต้องพบเจอเรื่องราว ที่ผมเองรู้สึกหดหู่ทุกครั้งที่นึกถึง
……
ประมาณ 3 เดือนก่อนหน้า ไทเกอร์ได้เข้ามาอยู่ในบ้านธารน้ำใจ ร่วมกับเด็กกำพร้า,เด็กด้อยโอกาสคนอื่น ๆ ผมได้ฟังเรื่องราวของไทเกอร์ ผ่าน จนท.ที่เป็นคนรับตัวน้องไทเกอร์ ภายหลังจากได้ยินเรื่องราว ยิ่งได้เห็นร่องรอยตามแผ่นหลัง แขน ขา ทำเอาผมอึ้งไปเหมือนกัน หลากหลายความรู้สึกเหลือเกิน ไทเกอร์ถูกทารุณกรรมจากพ่อเลี้ยงที่ติดยาเสพติด ด้วยการจี้ก้นบุหรี่ที่แผ่นหลัง ถูกทุบตี ตบหัว บังคับให้กินน้ำกระท่อม , ให้สูบบุหรี่ สภาพความเป็นอยู่เกินกว่าคำว่าอัตคัด ผมไม่อาจสาธยายได้หมด แม่ของไทเกอร์ที่เป็นนักร้องในร้านอาหารที่ต้องเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบ้าน ซ้ำร้ายสามีใหม่ยังติดยา กับภาระที่หนักอึ้ง เธอจึงจำใจต้องส่งไทเกอร์มาให้ทางบ้านธารน้ำใจดูแล อายุเธอไล่เลี่ยกับผม ประมาณ 31 ปี ผมเชื่อเหลือเกินว่า ในความเป็นลูกผู้หญิง การได้เป็น “แม่” คำนี้มันยิ่งใหญ่นัก ถ้าชีวิตเธอไม่สุด ๆ จริง ๆ เธอคงไม่ต้องปัดภาระในการดูแลลูกแบบนี้
…..

3 เดือนที่ไทเกอร์มาอยู่ที่นี่ เข้าออกโรงพยาบาลไม่ต่ำกว่า 5 – 6 รอบ จากการติดเชื้อในกระแสเลือด ,ความเข้มข้นของเลือดต่ำกว่าเกณฑ์ และขาดสารอาหาร ทำให้เกิดแผลพุพอง ตุ่มหนองขึ้นตามแขนขาอย่างมากมาย นึกสภาพเด็ก 6 ขวบ ที่ต้องเข้าห้องเอ็กซเรย์ เจาะเลือด หลาย ๆ ครั้ง ทุกวันนี้ สภาพจิตใจและร่างกายของไทเกอร์ดีขึ้นมากแล้ว แผลเริ่มแห้ง ดีวันดีขึ้น แต่ยังต้องกินยาบำรุง และนัดเจาะเลือดดูผลการรักษาต่อไป เริ่มมีรอยยิ้ม ร่าเริงขึ้นมาก แต่ก็ยังพูดน้อยกับเพื่อน ๆ

          ในฐานะที่ผมเป็นครูเด็กชายในบ้านเด็กพร้าหลังนี้ เข้าใจสภาพของสังคมไทยในปัจจุบันดี ซึ่งไทเกอร์เป็น case แรกที่ผมเจอ และอยากให้เป็น case สุดท้าย เรยอยากที่จะแบ่งปันเรื่องราว เสมือนหนึ่งไทเกอร์ได้สอนให้ผมรู้ว่า “ปัญหา” หรือความทุข์ที่สุดในชีวิต ที่เคยผ่านร้อนหนาวในอดีต ที่ผมคิดว่าหนักหนาสาหัสในตอนแรก แต่จริง ๆ แร้ว ชีวิต 18 ฝนที่ผ่านมา ยังไม่เทียมเท่า 6 ฝนของไทเกอร์ นั้นเทียบกันไม่ได้เลยจริง ๆ

ชุบชีวิตใหม่..กำลังใจเพื่อความหวัง..บ้านน้ำเค็ม

ชุบชีวิตใหม่..กำลังใจเพื่อความหวัง..บ้านน้ำเค็ม

         จุดหมายปลายทาง..ของการเดินทางของผมและคณะครั้งนี้..คือที่นี่..คือการมาพบกับเด็กๆ ที่บ้านน้ำเค็ม อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ซึ่งน้องๆเหล่านี้…ต้องพลัดพรากจากครอบครัว..จากเหตุการณ์สินามิ เมื่อหลายปีก่อน..บางคนเป็นลูกหลานของชาวบ้านน้ำเค็มที่ ที่สูญเสียหัวหน้าครอบครัว หรือไม่ก็สูญเสียแม่  ญาติพี่น้อง คนอันเป็นที่รัก…บัดนี้ เด็กๆเหล่านี้…ได้รับการดูแล และเอาใจใส่ จากกลุ่มคนเล็กๆ ที่มีความตั้งใจ เข้ามาช่วยเหลือเด็กๆ ที่พลัดพรากจากครอบครัว  เมื่อครั้งแรกๆที่เกิดเหตุการณ์ จนบัดนี้  กลายมาเป็น มูลนิธิบ้านธารน้ำใจ ชุบชีวิตใหม่..สร้างกำลังใจเพื่อความหวัง...ให้แก่เด็กๆที่บ้านน้ำเค็มกลุ่มนี้ กว่า 70 ชีวิต

    ด้วยการเดินทาง ที่ค่อนข้างไกล จากภูเก็ต..ทำให้ผมมาถึงที่นี่ ตอนค่ำพอดี เด็กๆที่อยู่ในวัยน่ารัก เหล่านี้ เขาน่าจะได้อยู่กับครอบครัวที่อบอุ่น..แต่บัดนี้..สินามิ..ได้พรากเขาจากครอบครัวอันเป็นที่รักของเขา…ไปชั่วนิรันดร  …ได้มีโอกาสได้ทักทาย..และพูดคุยกับน้องๆเหล่านี้เพียงสั้นใจ...เพื่อให้กำลังใจ..ให้ความหวัง..พร้อมที่จะเติบโต โดยมี มูลนิธิบ้านธารน้ำใจ ที่จะเป็นสายธารแห่งกำลังใจ..ให้น้องๆได้สู้ชีวิต  สู่จุดหมายปลายทางของแต่ละคน..ทำไงได้…ในเมื่อ ชีวิต เลือกเกิด ไม่ได้  ชีวิตที่ต้องสู้ต่อไป
    นอกจากจะมาให้กำลังใจน้องๆเหล่านี้แล้ว…ยังเป็นกำลังใจให้บรรดาเจ้าหน้าที่ ที่ดูแลน้องๆเหล่านี้อีกด้วย
   มาครั้งนี้…มาเพื่อบอกข่าวดี..สำหรับโครงการ กำลังใจเพื่อความหวัง Heart For Hope ..ที่จะมีการจัดค่ายเด็กไทย และญี่ปุ่น ที่ประสบภัยซินามิ ขึ้นที่บ้านน้ำเค็มแห่งนี้..ในช่วงเืดือนสิงหาคม ที่จะถึงนี้  และเพื่อเตรียมสถานที่ และเตรียมกิจกรรมต่างๆที่จะเกิดขึ้นที่นี่  เพื่อสร้างกำลังใจและความหวัง …ให้น้องๆที่ประสบภัยสินามิ ทั้งสองประเทศ
    
    ในแต่ละวัน..น้องจะรับประทานอาหารร่วมกันที่นี่..และแยกย้ายกันไปเรียนหนังสือ ตามโรงเรียนต่างๆ ในหมู่บ้านน้ำเค็มแห่งนี้
    อาสาสมัครชาวต่างชาติ..เข้ามาช่วยเหลือตั้งแต่ช่วงแรกๆที่เกิดเหตุการณ์สินามิ..และหมุนเวียน เข้ามาช่วยเหลืออย่างสม่ำเสมอ  ทั้งช่วยดูแลชีวิตความเป็นอยู่ และการสอนภาษาอังกฤษ ให้กับเด็กๆ จนเด็กที่นี่ คุ้นเคยกับภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี
  แม้จะไม่อบอุ่นเหมือนอยู่กับครอบครัว...แต่เราก็ได้เห็นรอยยิ้มของน้องๆ..ที่อยู่ที่นี่แล้ว…มูลนิธิบ้านธารน้ำใจ
   ผมและคณะ มาพักค้างที่นี้..มูลนิธิบ้านธารน้ำใจ ที่บ้านน้ำเค็ม อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา …นอนหลับสบายดีครับ เป็นครั้งแรกที่เข้ามาที่ บ้านน้ำเค็ม  หลังสินามิ ผ่านไปหลายปี
    
     อาคารสูง 4 ชั้น ดาษฟ้า เป็นศูนย์อพยพ หลบภัยสินามิ  เป็นที่ทำการของ มูลนิธิบ้านธารน้ำใจ ..มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท โดยได้รับการสนับสนุน จากองค์กรต่างๆทั้งในและต่างประเทศ เช่น มูลนิธิดวงประทีป และ Hands Across The Water จากออสเตรเลีย
    เราเลือกสถานแห่งนี้…เป็นสถานที่จัด ค่ายเด็กไทย และญี่ปุ่น กำลังใจเพื่อความหวัง Heart For Hope ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม นี้ จำนวน 60 คน
    สภาพบ้านน้ำเค็มในปัจจุบัน…มองจากบนดาษฟ้า อาคารหลบภัยสินามิ  ที่ทำการมูลนิธิบ้านธารน้ำใจ
     มาบ้านน้ำเค็ม..ตื่นแต่เช้าออกสำรวจ สภาพโดยรอบบ้านน้ำเค็ม…และได้ทำบุญตักบาตร อุทิศส่วนกุศลให้ผู้จากไป ที่บ้านน้ำเค็มแห่งนี้
     
    
      เส้นทางหลบภัยสึนามิ…ขึ้นบนอาคาร 4 ชั้น…..
   
      ดร.ศุภวุฒ มโนจันทร์ ผจก.มูลนิธิบ้านธารน้ำใจ (2จากขวา) พาพวกเราออกสำรวจ บ้านน้ำเค้ม และสถานที่ต่าง เพื่อเตรียมจัดกิจกรรมสำหรับ เด็กไทย -ญี่ปุ่น ที่จะมาเข้าค่ายร่วมกันที่นี่
     
     เส้นทางหนี คลื่อยักษ์..คงต้องมีการซ้อมกันบ่อยๆ..จนเคยชิน…
  
  ร่องรอยความเสียหายจากสินามิ บ้านน้ำเค็ม ยังคงมีซากความเสียหาย ให้เห็นหลงเหลืออยู่บ้าง
   เมื่อคลื่นยักษ์กวาดทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งชีวิต และ บ้านเรือน …บางครอบครัว ยังแทบตั้งหลักไม่ได้เลย…
   อาชีพใหม่ ของชาวประมงน้ำเค็ม..บางส่วนหันมา ทำหอ เลี้ยงนกนางแอ่น ที่ทำรายได้ดี กำลังอิตกัน
   ชีวิตชาวบ้าน..ยังคงพึ่งพา สายน้ำ ไปมาทางเรือกันตามปกติ…
    แผนผังเส้นทางปลอดภัย...มีกระจายอยู่ทั่วไป  สำหรับผู้สรรจรทั่วไป
  สถานที่ ที่เราไปเยือน ที่ขาดไม่ได้คือ อนุสรณ์สถาน สึนามิ บ้านน้ำเค็ม เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิต
   
    ที่นี่ เป็นอีกจุดที่มี สถานีเรดาร์ตรวจวัดคลื่น และกระแสน้ำ  ที่ริมหาด บ้านน้ำเค้ม
     พระพุทธรูปองค์ใหญ่ ริมชายหาด...ที่ที่เป็นจุดรวมจิตใจ ของชาวบ้านน้ำเค็ม  ณ อนุสรณ์สถาน บ้านน้ำเค็ม
   เสียงคลื่น..เสียงลม..ชายหาดบ้านน้ำเค็ม…ยังคงหลอกหลอน..สร้างความผวากลัว..ให้ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์มิลืมเลือน
   ทีมงาน บ้านธานน้ำใจ  ดร.ศุภวุฒิ มโนจันทร์ ผจก.มูลนิธิฯ (ซ้าย) และ คุณรจนา แพรศรีทอง ประธานมูลนิธิบ้านธารน้ำใจ..(คนที่2 จากซ้าย) และคณะเตรียมงานของเราได้ พบปะพูดคุย..เพื่อเตรียมรับ เยาวชน ชาวค่ายไทย -ญึี่ปุ่น ที่จะมาอยู่ค่ายร่วมกันที่นี่ เพื่อสร้าง กำลังใจเพื่อความหวัง Heart For Hope 
       อ.สกนธ์  ..มาดูสถานที่ที่จะก่อสร้างบ้านดิน ...เพื่อ ให้เยาวชน ไทย ญี่ปุ่น ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน โปรดคอยติดตามกิจกรรมดีๆ ที่จะเกิดขึ้นที่นี่..เร็วๆนี้  ครับ

โครงการฟื้นฟูพื้นที่ธรณีพิบัติ

ความเป็นมา จากธรณีพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อปลายปี 2547 โดยเฉพาะ 6 จังหวัดภาคใต้ของไทย ได้แก่ ภูเก็ต พังงา กระบี่ ระนอง สตูล ตรัง เกิดความสูญเสียทั้งชีวิต ทรัพย์สิน สิ่งก่อสร้าง และอื่นๆ อย่างมหาศาล สิ่งสูญเสียที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ก็คือสภาพจิตใจของผู้ที่รอดชีวิต มูลนิธิฯ ได้ลงเยี่ยมและสำรวจความความต้องการความช่วยเหลือ พบว่าการฟื้นฟูจิตใจเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน จึงได้พิจารณาพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย และต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด คือ บ้านน้ำเค็ม จ.พังงา จึงตั้งเป็นฐานในการติดต่อประสานงาน และปฏิบัติการ

นโยบาย ฟื้นฟูจิตใจ และสภาพความเป็นอยู่ผู้ประสบภัย เพื่อนำไปสู่การพัฒนาแบบยั่งยืน

วัตถุประสงค์
1. เพื่อฟื้นฟูจิตใจเด็ก เยาวชนและผู้ประสบภัย
2. เพื่อสร้างงานและอาชีพที่มั่นคง
3. เพื่อขบวนการฟื้นฟูนำไปสู่การพัฒนาเด็ก และเยาวชนแบบยั่งยืน
4. เพื่อสร้างครอบครัวทดแทนแก่เด็กกำพร้า
5. เพื่อเสริมสร้างการศึกษา และวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป

พื้นที่ในการทำงาน 6 จังหวัดที่ประสบภัย ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต สตูล ตรัง กระบี่

กลุ่มเป้าหมาย เด็ก และเยาวชนผู้ประสบภัยธรณีพิบัติ

กิจกรรมด้านพัฒนา
1. ค่ายพัฒนาเด็ก และเยาวชน
2. ส่งเสริมงานอาชีพ โดยการให้กลุ่มแม่บ้านได้ผลิตผ้าบาติก และการทำนิทานผ้ากันเปื้อนรวมทั้งทำละครหุ่นเพื่อการศึกษา
3. ศูนย์สื่อฟื้นฟูจิตใจประกอบด้วยการทำกิจกรรมภายในศูนย์ที่จัดในช่วงหลังเลิกเรียน และวันหยุด เช่น กิจกรรมศิลปะฝีมือ ทัศนศึกษา ฝึกทำอาหาร การแสดงรำไทย ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน โดยจัดมุมหนังสือนิทานสำหรับเด็ก กิจกรรมอิสระ กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ การเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ กิจกรรมนันทนาการ กิจกรรมเสริมทักษะคุณภาพและจริยธรรม กิจกรรมค่ายพักแรม กีฬา กิจกรรมดนตรี
4. การอบรมต่างๆ เพื่อพัฒนาเด็ก และเยาวชนในการเป็นผู้นำ

เครือข่าย
1. เครือข่ายภาครัฐ และเอกชนร่วมกับคณะทำงานด้านเด็กในพื้นที่ประสบภัย
2. เครือข่ายเยาวชนผู้ประสบภัย
3. เครือข่ายอาสาสมัคร และครู

สถิติ
– คณะละครหุ่นนิทานคาราวานได้จัดแสดงในพื้นที่ประสบภัยแล้วกว่า 100 โรงเรียน
– ทุนการศึกษา 402 ทุน
– ประกอบอาชีพ 21 ราย ได้แก่ การสนับสนุนเรือ เครื่อง อวน และอุปกรณ์
– ค่ายพักแรม เยาวชนเข้าร่วม 400 คน(4 ครั้งๆ ละ 100 คน)
– กีฬาสัมพันธ์ ผู้เข้าร่วม 1000 คน (5 ครั้งๆละ 200 คน)

ปัญหาอุปสรรค์เด็กที่มาร่วมกิจกรรมส่วนใหญ่จะเป็นเด็กกำพร้าบางคนก็กำพร้าแม่ บางคนกำพร้าพ่อ เจ้าหน้าที่จะเข้าไปดูแลเด็กเหล่านี้ด้วยความเป็นห่วงทั้งสภาพจิตใจ สังคมในชุมชน และปัญหาที่พบ
1. ปัญหาเด็กขาดที่พึ่งทางด้านจิตใจ
2. ปัญหาสภาพแวดล้อมในชุมชน
3. ผู้ปกครองไม่มีเวลาเอาใจใส่เด็ก ซึ่งจะก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาทเกิดขึ้น
4. ทิ้งให้เด็กอยู่ตามลำพัง ซึ่งอยู่ในภาวะที่เสี่ยงต่อเด็กผู้หญิงมาก
5. ปัญหาเด็กถูกละเมิดสิทธิ

แนวทางการแก้ไขปัญหา
เด็กที่ขาดที่พึ่งทางด้านจิตใจเราได้ลงเยี่ยมบ้านเด็กอย่างสม่ำเสมอ และศูนย์ที่จะเปิดแบบไนท์แคร์ให้เด็กได้พักพิง ซึ่งได้อยู่ในการดูแลของครูตลอด เด็กจะปลอดภัย และอุ่นใจ เพราะได้รับการดูแลด้วยความรัก และห่วงใย

ความต้องการในการสนับสนุนโครงการได้แก่

ผู้รับผิดชอบโครงการปัจจุบัน คือ นางสาวรจนา แพรศรีทอง

 
 
 
หมายเหตุ
เนื่องจากโครงการฟื้นฟูพื้นที่ธรณีพิบัติมีความเข้มแข็งพอที่จะสามารถและดูแลตัวเองได้แล้ว  และเพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการที่ช่วยเหลือเด็กๆ มูลนิธิฯ จึงมีความคิดว่าโครงการฯ
น่าจะแยกออกมาตั้งเป็นมูลนิธิ โดยใช้ชื่อว่า “มูลนิธิบ้านธารน้ำใจ”  ซึ่งจะมีผลตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2554 เป็นต้นไป ซึ่งท่านผู้อุปการะก็ยังสามารถช่วยเหลือ หรือต้องการเยี่ยมชมกิจกรรม หรือ
ติดต่อได้ที่ 8/4 บ้านน้ำเค็ม หมู่ 2 ต. บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา รหัสไปรษณีย์ 02190  โทรศัพท์  076-593-557 bnc@bnc.or.th
ที่มา มูลนิธิดวงประทีป http://www.dpf.or.th/node/21